บทที่ 7 EP7 มือมันลื่นหรือใจมึงร้อน

“เฮ้ย ขอโทษทีว่ะเพื่อน มือมันลื่น”

น้ำเสียงของปรินทร์ราบเรียบไร้ซึ่งความสำนึกผิด ใบหน้าหล่อเหลาตีมึนทำหน้าตายราวกับไม่รู้เรื่องรู้ราว ทั้งที่แววตาฉายแววสะใจอย่างปิดไม่มิด น้ำจิ้มสีแดงเปรอะเปื้อนไปทั่วหน้าอกเสื้อของชายหนุ่มคนนั้น ส่งกลิ่นฉุนกึกไปทั่วบริเวณ ชายหนุ่มหน้าซีดเผือด รีบหยิบทิชชูมาเช็ดคราบสกปรกด้วยความตกใจและอับอาย สายตาของคนทั้งร้านต่างจับจ้องมาที่จุดเกิดเหตุเป็นตาเดียว

“ไอ้พอร์ช มึงทำบ้าอะไรของมึงเนี่ย”

กัญญาภัคลุกขึ้นตวาดใส่ปรินทร์เสียงดังลั่น หญิงสาวรีบหยิบทิชชูส่งให้ชายหนุ่มคนนั้นพร้อมกับกล่าวขอโทษขอโพยแทนเพื่อนตัวดีที่ยืนกอดอกมองผลงานตัวเองด้วยความภาคภูมิใจ แต่คนทำผิดกลับไม่แยแส เขาเดินเข้าไปประชิดตัวชายหนุ่มคนนั้นแล้วตบไหล่เบาๆ สองสามที ซึ่งดูเหมือนจะเป็นการข่มขู่มากกว่าการปลอบใจ

“เสื้อเปื้อนหมดเลยว่ะ สงสัยดวงจะไม่สมพงศ์กับคนโต๊ะนี้มั้ง ไปล้างตัวก่อนดีกว่าไหม เดี๋ยวคราบมันจะฝังลึก ซักไม่ออกนะ”

คำพูดของปรินทร์แฝงนัยยะข่มขู่ชัดเจน ชายหนุ่มคนนั้นสัมผัสได้ถึงรังสีคุกคามที่แผ่ออกมาจากตัวของนักศึกษาวิศวะร่างกำยำ จึงรีบพยักหน้ารับแล้วเดินจ้ำอ้าวหนีไปเข้าห้องน้ำทันทีโดยไม่หันกลับมามองผู้หญิงที่สนใจอีกเลย

ปรินทร์แสยะยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ก่อนจะหันกลับมานั่งลงที่เดิมแล้วคีบหมูเข้าปากอย่างสบายใจเฉิบ ราวกับเมื่อกี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

กัญญาภัคยืนตัวสั่นด้วยความโกรธ เธอมองหน้าเพื่อนรักด้วยสายตาผิดหวังและเหลืออด การกระทำของเขาในวันนี้มันเกินขอบเขตของคำว่าเพื่อนและละเมิดกฎที่ตกลงกันไว้อย่างชัดเจน เขาทำลายบรรยากาศ ทำลายความสนุก และทำลายพื้นที่ส่วนตัวของเธออย่างไม่เกรงใจ หญิงสาวหันไปขอโทษโซดาและขอตัวกลับก่อนโดยไม่ฟังคำทัดทานของเพื่อนสนิท

ปรินทร์รีบวางแบงก์พันไว้บนโต๊ะแล้ววิ่งตามร่างระหงออกไปทันที ทิ้งให้โซดานั่งงงเป็นไก่ตาแตกอยู่คนเดียว ชายหนุ่มวิ่งตามมาทันก่อนที่กัญญาภัคจะเดินไปถึงริมถนนเพื่อรอรถแท็กซี่ มือหนาคว้าข้อมือเล็กไว้แล้วกระชากเบาๆ ให้หันมาเผชิญหน้ากัน

“จะหนีไปไหนวะ คุยกันให้รู้เรื่องก่อนดิ”

“คุยอะไร ไม่มีอะไรต้องคุย มึงแหกกฎทุกข้อ มึงล้ำเส้นกูมากเกินไปแล้วนะไอ้พอร์ช ไหนบอกว่าจะไม่หึง ไหนบอกว่าเป็นแค่เพื่อน แล้วสิ่งที่มึงทำในร้านเมื่อกี้มันคืออะไร ตอบกูมาสิ”

กัญญาภัคตวาดใส่หน้าเขาด้วยความอัดอั้นตันใจ น้ำตาแห่งความโกรธและน้อยใจเริ่มรื้นขึ้นมาคลอเบ้า หญิงสาวเจ็บปวดที่เขาทำเหมือนเธอเป็นสิ่งของที่ใครห้ามแตะ แต่กลับไม่ยอมมอบสถานะที่ชัดเจนให้

ปรินทร์มองใบหน้าสวยที่แดงก่ำด้วยอารมณ์ เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง นัยน์ตาสีเข้มวูบไหวด้วยความรู้สึกที่อ่านยาก ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่แล้วดึงร่างบางเข้ามากอดไว้หลวมๆ ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่เดินผ่านไปมา

“กูขอโทษ กูไม่ได้ตั้งใจจะทำให้มึงโกรธ แต่กูทนไม่ได้ที่เห็นไอ้หน้าจืดนั่นมองมึงแบบนั้น มึงเป็นของกู เข้าใจไหมควีน มึงเป็นเพื่อนกู เป็นคนของกู กูมีสิทธิ์ที่จะหวง”

“สิทธิ์บ้าบออะไรของมึง เพื่อนเขาไม่ทำกันแบบนี้ ปล่อยกู กูจะกลับหอ”

หญิงสาวพยายามดิ้นรนออกจากอ้อมกอดแกร่ง แต่เพื่อนใจร้ายกลับยิ่งรัดวงแขนแน่นขึ้น เขาซุกหน้าลงกับไหล่ลาดเนียนของเธออย่างออดอ้อน ปรินทร์สูดดมกลิ่นหอมอ่อนๆ บนตัวของหญิงสาวเพื่อระงับอารมณ์หงุดหงิดในใจ เขาเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมต้องร้อนรนขนาดนี้ ทั้งที่ปากก็บอกว่าเป็นแค่เพื่อน แต่ทุกครั้งที่มีใครเข้าใกล้ยัยตัวแสบและทำท่าทีว่าจะเข้ามาจีบ สติสตางค์ของเขาก็ขาดผึงทุกที

“เดี๋ยวกูไปส่ง ไม่ต้องขึ้นแท็กซี่ อันตราย”

“มึงนั่นแหละตัวอันตรายที่สุด ปล่อยกู”

“ไม่ปล่อย ถ้ามึงไม่ยอมให้กูไปส่ง กูจะอุ้มมึงเดินไปขึ้นรถเดี๋ยวนี้แหละ จะเอาไง เลือกมา”

ปรินทร์ยื่นคำขาดด้วยน้ำเสียงจริงจัง กัญญาภัครู้ดีว่าคนอย่างเขาพูดจริงทำจริงและไม่อายสายตาใคร เธอจึงได้แต่ยืนนิ่งยอมจำนนด้วยความจำใจ ชายหนุ่มยิ้มอย่างพอใจแล้วจูงมือเธอเดินไปยังรถสปอร์ตคันหรูที่จอดอยู่ไม่ไกล การสัมผัสที่ฝ่ามือของเขาแม้จะเต็มไปด้วยความเอาแต่ใจ แต่ก็แฝงไปด้วยความอบอุ่นที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอยังคงโหยหามันอยู่ลึกๆ

ภายในห้องโดยสารบรรยากาศเงียบสงัดและตึงเครียด กัญญาภัคนั่งกอดอกมองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่ยอมพูดจากับเขาสักคำ คนตัวโตเหลือบมองคนข้างกายเป็นระยะ เขาอยากจะเอ่ยปากขอโทษดีๆ แต่ทิฐิและความปากหนัก ทำให้เขาเลือกที่จะเงียบ

รถสปอร์ตแล่นมาจอดที่หน้าหอพักของคนตัวเล็ก เจ้าของรถปลดล็อกประตูให้ แต่ก่อนที่ร่างบางจะก้าวลงจากรถ เธอก็หันมาทิ้งท้ายด้วยประโยคที่ทำให้คนที่ยังคงนั่งนิ่งต้องรู้สึกชาไปทั้งหัวใจ

“มือมันลื่น หรือใจมึงมันร้อนกันแน่ไอ้พอร์ช หาเรื่องคนอื่นไปทั่วเหมือนกับหมาหวงก้าง ทั้งที่มึงก็ไม่ได้อยากจะเป็นเจ้าของกระดูกชิ้นนี้จริงๆ”

ปรินทร์มองตามแผ่นหลังบางที่เดินหายเข้าไปในตึกด้วยแววตาสับสน เขาเอนศีรษะพิงเบาะแล้วหลับตาลงนึกถึงคำพูดประโยคสุดท้ายของหญิงสาว กฎสามข้อที่ตั้งไว้เริ่มสั่นคลอนและเปราะบางลงทุกที ชายหนุ่มรู้ตัวดีว่าเขากำลังเล่นอยู่กับไฟ และไฟกองนี้ก็กำลังลามเลียหัวใจของเขาอย่างช้าๆ โดยที่ไม่รู้ว่าจุดจบของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่เขารู้แน่ชัดคือเขาไม่พร้อมที่จะเสียกัญญาภัคไป ไม่ว่าจะในสถานะใดก็ตาม

บทก่อนหน้า
บทถัดไป